บัวโคนง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Tithonia diversifolia (Hemsl.) A.Gray.) เป็นพืชประจำถิ่นของเม็กซิโก เป็นพืชดอกแก่ยืนยาวนับเป็นเวลาหลายปี สามารถสูงได้ถึง 5 เมตร มีดอกเป็นช่อเดียว รอบๆปลายกิ่ง มีสีเหลืองเหมือนดอกทานตะวัน แต่ว่ามีขนาดเล็กกว่า ดอกวงนอกเป็นหมัน กลีบเรียวมีราว 12–14 กลีบ ดอกวงในสีเหลืองส้มเป็นดอกบริบูรณ์เพศ ใบของบัวโคนงเป็นใบลำพัง รูปไข่หรือปนขอบขนาน มีขนงอกนิดหน่อยห่างๆ รอบๆ ปลายใบเว้า มีขนงอกน้อยเรี่ยราย ปลายใบเว้าลึก 3–5 แฉก ถูกใจขึ้นในพื้นที่ที่มีอากาศเย็น จะมีดอกสวยสดงดงามที่สุดบนยอดดอยที่สูงกว่า 800 เมตรขึ้นไป โดยจะมีดอกในตอนระหว่างพฤศจิกายนถึงต้นเดือนเดือนธันวาคมเพียงแค่นั้น เพาะพันธุ์ด้วยการเพาะเม็ด
ในประเทศไทย บัวโคนงมิใช่พืชพื้นบ้าน แม้กระนั้นมีสถานที่ที่มีดอกบัวโคนงขึ้นอย่างงดงามกว้างใหญ่เป็นทุ่งและก็โด่งดังมีชื่อเสียงโดยปกติเป็นภูเขาแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีที่มาจากการที่นักบวช ชาวเม็กซิโกผู้หนึ่งเอามาปลูก แล้วก็จำเป็นต้องใช้เวลานับเป็นเวลาหลายปีกว่าที่จะเปลี่ยนมาเป็นทุ่งบัวโคนงอปิ้งในตอนนี้ รวมทั้งนับว่าเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน

jumbo jili
อาณาจักร: พืช (Plantae)
หมวด: พืชมีดอก (Magnoliophyta)
ชั้น: พืชใบเลี้ยงคู่ (Magnoliopsida)
ชั้น: Asterales
ตระกูล: สกุลทานตะวัน (Asteraceae)
สกุล: Tithonia

สล็อต
ข้อมูลด้านนิเวศวิทยา
พืชจำพวกชนิดต่างแดนรุกราน
บัวโคนงเป็นพืชที่ทนต่อความร้อนและก็ความแห้ง สามารถขยายทรงพุ่มไม้ให้เติบโตได้อย่างเร็ว ในต่างชาติตัวอย่างเช่น ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิคและก็ประเทศออสเตรเลีย จะเจอตามข้างทางและก็ก่อกวนพืชเขตแดนได้เป็นวงกว้าง มีการปลดปล่อยพิษยั้งการเจริญเติบโตของพืชต้นอื่น แก่ยืนยาว ต้นแตกหน่อก้าวหน้า นอกเหนือจากนี้บัวโคนงมีเม็ดที่มีน้ำหนักค่อยและก็ผลิตได้หลายชิ้น ก็เลยสามารถขยายพันธุ์ไปได้อย่างเร็ว
การรุกรานในประเทศไทย
บัวโคนงเป็นพืชที่มักก่อความย่ำแย่ต่อระบบนิเวศ โดยยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ต้นน้ำ เจอบัวโคนงระบาดในพื้นที่สูงเกินระดับ 800 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป เจอระบาดมากมายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบาดปานกลางในจังหวัดเชียงใหม่และก็จังหวัดเชียงราย ระบาดน้อยในพื้นที่จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วก็เลย
การควบคุมปริมาณ
บัวโคนงไม่สามารถที่จะกำจัดโดยการดายหรือขุดทำลายได้ และก็เป็นพืชดอกที่มีความงดงาม ทำให้คนนำเม็ดไปเพาะพันธุ์แล้วก็หลุดไปสู่ธรรมชาติ จำเป็นต้องควบคุมโดยการห้ามไม่ใหคนนำเม็ดไปเพาะแพร่พันธุ์ ส่วนที่เป็นวัชพืชในธรรมชาติ ถ้าเกิดยังระบาดไม่มากมาย สามารถควบคุมโดยการดายลำต้นและก็ขุดรากทำลายทิ้งก่อนการมีดอก แต่ว่าถ้าหากพื้นที่การระบาดมีวงกว้าง ควรที่จะใช้สารเคมีสำหรับเพื่อการควบคุม ตัวอย่างเช่น สารเคมีในกรุ๊ปไกลโฟเสท

สล็อตออนไลน์
เจตมูลไฟแดง (อังกฤษ: Indian leadwort, scarlet leadwort; ชื่อวิทยาศาสตร์: Plumbago indica) หรือ ปิดปิวแดง (ภาคเหนือ), ไฟใต้ดิน (ภาคใต้) เป็นพืชในสกุล Plumbaginaceae มีถิ่นเกิดในประเทศอินเดีย เป็นไม้ล้มลุกอายุยาวนานหลายปี สูง 0.5-2 เมตร แขนงมักทอดยาว ใบเป็นใบลำพังเรียงสลับ รูปรีปนรูปไข่ ยาว 3-13 เซนติเมตร โคนใบมนหรือกลม ปลายใบแหลม ใบบาง ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจะเชิงลด ยาว 20-90 เซนติเมตร ก้านช่อดอกยาว 1-3 เซนติเมตร มีดอกจำนวนไม่น้อย ใบเสริมแต่งและก็ใบแต่งแต้มย่อยรูปไข่ขนาดเล็ก ยาว 0.2-0.3 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปใบหอก ยาว 0.8-0.9 เซนติเมตร ดอกสีแดงหรือม่วง หลอดกลีบยาว 2-2.5 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 5 แฉก รูปไข่กลับ ยาวราวๆ 2 เซนติเมตร ปลายกลีบกลม เป็นติ่งหนามช่วงปลาย เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดตรงกันข้ามกลีบ อับเรณูยาวราวๆ 2 มิลลิเมตร รังไข่รูปรี ก้านเกสรเพศเมียมีหลายขนาด มีขนยาวที่โคน
ในรากเจตมูลไฟแดงมีสารพลัมบาจิน (plumbagin) ซึ่งมีคุณลักษณะต้านทานเชื้อจุลินทรีย์ ถ้าสัมผัสถูกผิวหนังจะก่อให้ผิวพุพอง ในทางการแพทย์แผนไทยจัดเจตมูลไฟแดงเป็นยารสร้อน ช่วยขับลม บำรุงธาตุ บำรุงเลือด แต่ว่าไม่สมควรใช้ในหญิงท้องเนื่องจากอาจส่งผลให้แท้งได้ ชาวขมุใช้รากต้มรวมกับหอมไก๋รวมทั้งฮ่อตะพายควายใช้ชูกำลัง

jumboslot
อาณาจักร: Plantae
มิได้จัดอันดับ: Angiosperms
มิได้จัดอันดับ: Eudicots
มิได้จัดอันดับ: Core eudicots
ชั้น: Caryophyllales
สกุล: Plumbaginaceae
สกุล: Plumbago

slot

Tagged: ,

Written by tbvezzzz