สานุศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยถามอาจารย์เซนอู๋เต๋อว่า “ท่านอาจารย์ คนเรามีหัวใจดวงเดียว เหตุใดบางครั้งจึงใจกว้าง บางครั้งจึงใจแคบ?”

อาจารย์ เซนมิได้ตอบคำถามข้อนี้ แต่กลับบอกกับสานุศิษย์ว่า “ตอนนี้เจ้าจงหลับตาลง แล้วสร้างภาพกำแพงเมืองแห่งหนึ่งขึ้นมาในใจของเจ้า”

joker123

สานุศิษย์ผู้นั้นหลับตาลงและปฏิบัติตามคำของอาจารย์เซน จากนั้นสักครู่จึงกล่าวว่า “กำแพงเมืองสร้างเสร็จแล้ว”

อาจารย์ เซนจึงบอกว่า “เช่นนั้น เจ้าจงหลับตาต่อไป คราวนี้สร้างภาพเส้นขนเส้นหนึ่งขึ้นในใจ” สานุศิษย์ทำตามคำของอาจารย์ เวลาผ่านไปไม่นาน จึงกล่าวว่า “เส้นขนสำเร็จแล้ว”

จากนั้นอาจารย์เซนจึงให้สานุศิษย์ลืมตา ทั้งยังเอ่ยถามว่า “ยามที่เจ้าสร้างกำแพงเมืองขึ้นมาในใจ เจ้าใช้ใจของเจ้าสร้างมันเพียงคนเดียว หรือใช้ใจของผู้อื่นมาร่วมสร้างด้วย?”

สล็อต

“ใช้ใจของข้าเพียงคนเดียว” สานุศิษย์ตอบ

“แล้วตอนที่เจ้าสร้างเส้นขนขึ้นมาในใจเล่า เจ้าใช้เพียงเสี้ยวหนึ่งของใจ หรือว่าใช้ทั้งหมดของใจในการสร้างมันขึ้นมา?”

สานุศิษย์ตอบว่า “ใช้ทั้งหมดของใจ”

สล็อตออนไลน์

ยามนี้อาจารย์เซนจึงกล่าวว่า “เจ้าสร้างกำแพงเมืองทั้งหลังก็ใช้ใจเพียงดวงเดียว หรือจะสร้างขนแค่เส้นเดียวก็ต้องใช้ใจดวงนี้ดวงเดียวเช่นกัน แสดงว่าใจเพียงหนึ่งใจนั้นสามารถใหญ่ได้ เล็กได้ แคบได้ กว้างได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะเลือกให้มันเป็นเช่นไร”

อ่านเรื่องนี้จบแล้ว ผมคิดว่าข้อคิดของนิทานเรื่องนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตไม่ว่าจะเป็นชีวิตการทำงาน ครอบครัว เพื่อนฝูง ฯลฯ การที่เราจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หรืองก ไม่อยากให้ใคร หรือเราจะพยายามเข้าใจคนอื่น หรือ ไม่อยากเข้าใจคนอื่น ล้วนแต่อยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น

แม้ในที่คับแคบเพียงใด แต่ใจคนยังสามารถกว้างใหญ่ได้เสมอ ในทางตรงกันข้ามบางที่กว้างขวางมากมาย แต่ใจคนกลับแคบนิดเดียว

ก็อยู่ที่ท่านแล้วล่ะครับ ว่าจะทำใจให้กว้าง หรือแคบ
( ตรรกะในการใช้ชีวิต)
วันนี้ก็เอานิทานเซนอีกเรื่องมาให้อ่านกันนะครับ เป็นเรื่องราวของการมีชีวิตอยู่ของเราเอง เคยถามตัวเองหรือไม่ครับว่าทำไมเราต้องเกิดมา ทำไมเราต้องมีชีวิตอยู่ ทำไมเราต้องทำงาน ฯลฯ ลองอ่านนิทานเรื่องนี้ดู แล้วอาจจะได้พบกับคำตอบด้วยตัวของท่านเองก็ได้

มีชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมเสื้อผ้าเก่าขาด ท่าทางเฉื่อยชา เอาแต่นั่งหมดอาลัยตายอยาก ปล่อยให้แสงแดดโลมเลียร่างกาย สลับกับหาวหวอดๆ เป็นระยะ

เมื่อ อาจารย์เซนเดินผ่านมาพบคนผู้นี้เข้า จึงเกิดความประหลาดใจจนต้องเอ่ยถามว่า “พ่อหนุ่ม อากาศดีๆ ในฤดูกาลที่นานๆ จะเวียนมาถึงเช่นนี้ เหตุใดเอาแต่มานั่งเปล่าประโยชน์ ใยไม่ไปลงมือทำสิ่งที่ต่างๆ ควรทำ เจ้าไม่เสียดายช่วงเวลาดีๆ เช่นนี้หรอกหรือ?”

ชาย หนุ่มถอนใจครั้งหนึ่ง พลางตอบว่า “บนโลกใบนี้ นอกจากร่างกายแล้ว ไม่มีสิ่งใดเป็นของข้าสักอย่าง เช่นนั้นใยต้องสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจไปกระทำสิ่งต่างๆ ด้วยเล่า?”

“เจ้าไม่มีบ้านหรือ?” อาจารย์เซนถามวันนี้ก็เอานิทานเซนอีกเรื่องมาให้อ่านกันนะครับ เป็นเรื่องราวของการมีชีวิตอยู่ของเราเอง เคยถามตัวเองหรือไม่ครับว่าทำไมเราต้องเกิดมา ทำไมเราต้องมีชีวิตอยู่ ทำไมเราต้องทำงาน ฯลฯ ลองอ่านนิทานเรื่องนี้ดู แล้วอาจจะได้พบกับคำตอบด้วยตัวของท่านเองก็ได้

jumboslot

มีชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมเสื้อผ้าเก่าขาด ท่าทางเฉื่อยชา เอาแต่นั่งหมดอาลัยตายอยาก ปล่อยให้แสงแดดโลมเลียร่างกาย สลับกับหาวหวอดๆ เป็นระยะ

เมื่อ อาจารย์เซนเดินผ่านมาพบคนผู้นี้เข้า จึงเกิดความประหลาดใจจนต้องเอ่ยถามว่า “พ่อหนุ่ม อากาศดีๆ ในฤดูกาลที่นานๆ จะเวียนมาถึงเช่นนี้ เหตุใดเอาแต่มานั่งเปล่าประโยชน์ ใยไม่ไปลงมือทำสิ่งที่ต่างๆ ควรทำ เจ้าไม่เสียดายช่วงเวลาดีๆ เช่นนี้หรอกหรือ?”

ชาย หนุ่มถอนใจครั้งหนึ่ง พลางตอบว่า “บนโลกใบนี้ นอกจากร่างกายแล้ว ไม่มีสิ่งใดเป็นของข้าสักอย่าง เช่นนั้นใยต้องสิ้นเปลืองแรงกายแรงใจไปกระทำสิ่งต่างๆ ด้วยเล่า?”

“เจ้าไม่มีบ้านหรือ?” อาจารย์เซนถาม

“ไม่มี หากมีบ้านก็ต้องเป็นภาระคอยดูแล เช่นนั้นไม่ต้องมีเสียเลยดีกว่า” ชายหนุ่มตอบ

“เจ้าไม่มีคนที่เจ้ารักหรือ?” อาจารย์เซนถามต่อ

“ไม่มี หากมีคนรัก เมื่อหมดรักก็กลายเป็นความเกลียดชัง สู้ไม่มีเสียเลยดีกว่า” ชายหนุ่มว่า

“แล้วมิตรสหายเล่า มีหรือไม่?” อาจารย์เซนไม่ละความพยายาม

“ไม่มี เมื่อมีเพื่อน สักวันก็ต้องสูญเสียเพื่อน แล้วจะมีไปทำไม” ชายหนุ่มท้วง

slot

“เจ้าไม่คิดจะทำงานหาเงินบ้างหรือ?” อาจารย์เซนยังคงถามต่อไป

“ไม่คิด ได้เงินมาสุดท้ายก็ต้องจับจ่ายออกไป เช่นนั้นใยต้องไปสิ้นเปลืองพลังงานหามาตั้งแต่ต้น” ชายหนุ่มกล่าวแย้ง

“อ้อ” สุดท้ายอาจารย์เซนพยักหน้ารับรู้ แต่ยังคงกล่าวว่า “ท่าทางข้าต้องรีบไปหาเชือกมามอบให้เจ้าสักเส้นหนึ่งแล้ว”

“เหตุใดต้องมอบเชือกให้ข้า?“ ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัยใจ

“ให้เจ้าผูกคอตาย” อาจารย์เซนตอบ

ชายหนุ่มได้ยินก็ถามกลับไปด้วยความโมโหว่า “ท่านอยากให้ข้าตายหรือไง?”

อาจารย์ เซนจึงตอบว่า “ถูกแล้ว เพราะคนเราทุกคนล้วนต้องตาย หากคิดตามตรรกะของเจ้า ในเมื่อสุดท้ายต้องตายแล้วคนเราจะเกิดมาทำไม และหากเป็นเช่นนั้นก็แปลว่าการมีชีวิตมีตัวตนของเจ้าในวันนี้นับเป็นสิ่งที่ เปล่าประโยชน์ด้วยเช่นกัน ก็ในเมื่อเปล่าประโยชน์แล้ว ใยไม่รีบผูกคอตายไปเสียเลยเล่า?”

อ่านจบแล้วได้คำตอบหรือไม่ครับว่า เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร มันถูกต้องอยู่แล้วว่า วันหนึ่งคนเราก็ต้องตายไปจากโลกใบนี้ แต่ก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไป ทำไมเราไม่สร้างชีวิตของเราให้ดี ให้งาม ให้มีความสุข ใช้เวลาทุกวันของเราอย่างคุ้มค่า และเก็บเกี่ยวความสุขในทุกช่วงเวลาของชีวิตของเรา

ชีวิตเราเอง เราเลือกได้ว่าจะทำอะไร ไม่ทำอะไร สร้างอะไร ไม่สร้างอะไร ฯลฯ แต่ถ้ามัวแต่ไปคิดว่าทำอะไรไป สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเราก็ต้องจากโลกนี้ไปในที่สุด

ถ้าคิดแบบนี้ ก็ไม่ต้องมีชีวิตอยู่ เหมือนในนิทาน ก็น่าจะดีกว่านะครับ

“ไม่มี หากมีบ้านก็ต้องเป็นภาระคอยดูแล เช่นนั้นไม่ต้องมีเสียเลยดีกว่า” ชายหนุ่มตอบ

“เจ้าไม่มีคนที่เจ้ารักหรือ?” อาจารย์เซนถามต่อ

“ไม่มี หากมีคนรัก เมื่อหมดรักก็กลายเป็นความเกลียดชัง สู้ไม่มีเสียเลยดีกว่า” ชายหนุ่มว่า

“แล้วมิตรสหายเล่า มีหรือไม่?” อาจารย์เซนไม่ละความพยายาม

“ไม่มี เมื่อมีเพื่อน สักวันก็ต้องสูญเสียเพื่อน แล้วจะมีไปทำไม” ชายหนุ่มท้วง

“เจ้าไม่คิดจะทำงานหาเงินบ้างหรือ?” อาจารย์เซนยังคงถามต่อไป

“ไม่คิด ได้เงินมาสุดท้ายก็ต้องจับจ่ายออกไป เช่นนั้นใยต้องไปสิ้นเปลืองพลังงานหามาตั้งแต่ต้น” ชายหนุ่มกล่าวแย้ง

“อ้อ” สุดท้ายอาจารย์เซนพยักหน้ารับรู้ แต่ยังคงกล่าวว่า “ท่าทางข้าต้องรีบไปหาเชือกมามอบให้เจ้าสักเส้นหนึ่งแล้ว”

“เหตุใดต้องมอบเชือกให้ข้า?“ ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัยใจ

“ให้เจ้าผูกคอตาย” อาจารย์เซนตอบ

ชายหนุ่มได้ยินก็ถามกลับไปด้วยความโมโหว่า “ท่านอยากให้ข้าตายหรือไง?”

อาจารย์ เซนจึงตอบว่า “ถูกแล้ว เพราะคนเราทุกคนล้วนต้องตาย หากคิดตามตรรกะของเจ้า ในเมื่อสุดท้ายต้องตายแล้วคนเราจะเกิดมาทำไม และหากเป็นเช่นนั้นก็แปลว่าการมีชีวิตมีตัวตนของเจ้าในวันนี้นับเป็นสิ่งที่ เปล่าประโยชน์ด้วยเช่นกัน ก็ในเมื่อเปล่าประโยชน์แล้ว ใยไม่รีบผูกคอตายไปเสียเลยเล่า?”

อ่านจบแล้วได้คำตอบหรือไม่ครับว่า เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร มันถูกต้องอยู่แล้วว่า วันหนึ่งคนเราก็ต้องตายไปจากโลกใบนี้ แต่ก่อนที่เราจะจากโลกนี้ไป ทำไมเราไม่สร้างชีวิตของเราให้ดี ให้งาม ให้มีความสุข ใช้เวลาทุกวันของเราอย่างคุ้มค่า และเก็บเกี่ยวความสุขในทุกช่วงเวลาของชีวิตของเรา

ชีวิตเราเอง เราเลือกได้ว่าจะทำอะไร ไม่ทำอะไร สร้างอะไร ไม่สร้างอะไร ฯลฯ แต่ถ้ามัวแต่ไปคิดว่าทำอะไรไป สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเราก็ต้องจากโลกนี้ไปในที่สุด

ถ้าคิดแบบนี้ ก็ไม่ต้องมีชีวิตอยู่ เหมือนในนิทาน ก็น่าจะดีกว่านะครับ

Tagged: , ,

Written by tbvezzzz