มีอาจารย์ใหญ่ท่านหนึ่งชอบแอบนอนกลางวันเป็นระจำ โดยทำตัวเหมือนว่าไม่ได้นอน ลูกศิษย์เองก็เห็นอยู่เสมอว่าท่านต้องแอบนอนกลางวันแน่ๆ

แต่ทว่าเมื่อถูกลูกศิษย์ถามเข้า ก็มักจะตอบว่าไม่ได้นอนหลับ แต่เป็นการเข้าฌานเพื่อไปพบพระอรหันต์เช่นเดียวกับท่านขงจื้อในอดีตที่เคยไปพบพระอรหันต์ในฝันเป็นประจำ

joker123

ด้วยเหตุที่อาจารย์ใหญ่กล่าวถึงการหลับเพื่อไปพบพระอรหันต์เป็นประจำ ทำให้บรรดาลูกศิษย์ผิดหวังในตัวท่านเป็นอย่างมาก

วันหนึ่งอากาศแสนจะเป็นใจให้พักผ่อน หลังจากกินข้าวอิ่มเรียบร้อยแล้ว เหล่าลูกศิษย์ก็ถือโอกาสงีบหลับเอาแรงหน่อย แต่พออาจารย์ใหญ่ผ่านมาเห็นเข้าก็ตวาดเสียดังว่า

“นี่พวกเธอมาแอบนอนหลับได้ยังไง เป็นนักศึกษาต้องกระตือรือร้นหน่อย ทำอย่างนี้ดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลย!”

“พวกผมไม่ได้นอนนะท่านอาจารย์ พวกผมไปพบพระอรหันต์แต่ปางก่อนมาเช่นเดียวกับท่านขงจื๊อไงครับ” ลูกศิษย์รีบอธิบายให้รับทราบ

สล็อต

“แล้วที่ว่าไปพบพระอรหันต์มาน่ะ พวกเธอได้ข่าวอะไรมาบ้าง?” อาจารย์ใหญ่ซัก ด้วยหวังว่าลูกศิษย์น่าจะจนมุมตอบไม่ได้

แต่ลูกศิษย์คนหนึ่งตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า

“พวกผมไปพบพระอรหันต์แต่ปางก่อนมา และได้เรียนถามท่านว่า เห็นอาจารย์ใหญ่ของพวกผมไปที่นั่นทุกบ่ายหรือเปล่า แต่พระอรหันต์ทั้งหลายตอบว่า ไม่เคยเห็นหน้าคนที่พวกผมถามเลยแม้แต่ครั้งเดียว”

อาจารย์ใหญ่จึงได้แต่ทำหน้าตาจ๋องๆเพราะไม่รู้จะแก้คืนอย่างไร

สล็อตออนไลน์

อ่านจบแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างครับ น่าจะได้ข้อคิดอะไรไปบ้างนะครับ สิ่งที่ผมได้ก็คือ การที่เราจะเป็นผู้นำ อยากให้คนอื่นทำอะไร แต่ถ้าเราไม่ได้ทำแบบนั้น หรือทำไม่ได้อย่างที่เราอยากให้คนอื่นเป็น ความน่าเชื่อถือของเราก็จะลดน้อยลงไปในสายตาของคนอื่นเช่นกัน

อยากให้พนักงานมาทำงานตรงเวลา แต่ตัวเองมาสายทุกวัน

อยากให้พนักงานมีทัศนคติที่ดี แต่ตัวเองไม่เคยมองโลกในแง่ดีเลย

อยากให้พนักงานพูดจาดีๆ กับลูกค้า แต่ตัวเองพอเจอลูกค้ากดดันเข้า ก็ด่ากลับ ฯลฯ

ลูกน้องเห็นเข้า เอามาย้อนเรา เราก็จะเสียความน่าเชื่อถือไปได้ในทันที จริงมั้ยครับ
(ชาวนากับเฮอร์คิวลิส)
มีชาวนาคนหนึ่ง ขี่เกวียนที่บรรทุกหญ้าแห้งอยู่เต็มคัน ไม่คิดเลยว่าเกวียนของเขานั้นจะไปจมอยู่ในปลักที่ทุ่งนาในชนบทและไม่มีใครช่วยชาวนาผู้หน้าสงสารคนนี้ ล้อเกวียนจมอยู่ลึกมาก และยากที่จะขยับได้ ชาวนาก็ได้แต่คิดว่า นี่เป็นเพราะโชคชะตากลั่นแกล้งเราหรือเปล่า

ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิด โกรธ รำคาญ เขาด่าว่าปลัก ด่าว่าม้า ด่าว่าเกวียน ด่าทุกอย่างที่อยู่รอบข้างแถวๆ นั้น รวมถึงตัวเองด้วย นั่งด่าไปเรื่อยจนไม่มีแรงจะด่าแล้ว เมื่อหมดหนทาง และไม่รู้จะไปพึ่งใคร ก็เลยต้องหันมาขอร้องและขอความช่วยเหลือจากเทพเจ้าเฮอร์คิวลิส ซึ่งเป็นเทพผู้ทรงพลังอย่างหาผู้เปรียบได้ยาก

“เทพเจ้าเฮอร์คิวลิสที่ข้านับถือ” ชาวนาคุกเข่าลงกับพื้นและอ้อนวอนว่า “ขอให้ท่านช่วยข้าเถิด หลังของท่านแบกรับผืนฟ้าได้ การดันเกวียนขอข้าขึ้นจากปลักคงเป็นแค่เรื่องเล็กสำหรับท่าน”

jumboslot

เมื่ออธิษฐานเสร็จชาวนาได้ยินเสียงพูดของเทพเฮอร์คิวลิสลอดผ่านมาจากก้อนเมฆว่า

“เทพเจ้าต้องการให้มนุษย์ใช้ความคิดของตนเองในการแก้ปัญหาก่อน แล้วค่อยยื่นมือเข้าช่วย เจ้าลองดูก่อนว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เกวียนของเจ้าจมลงไปในปลัก ทำไมถึงตกลงไปในปลัก ยกจอบขึ้นแล้วเอาโคลนรอบๆ ล้อออก ทุบก้อนหินที่ขวางอยู่ให้แหลก ปรับร่องล้อรถให้เรียบเสมอกัน ทำไมเจ้าไม่ลองทำเองก่อน”

ผ่านไปครู่หนึ่งเฮอร์คิวลิสถามชาวนาว่า “เจ้าทำเสร็จแล้วหรือยัง”

ชาวนาพยักหน้าและตอบกลับด้วยความเคารพว่า “ใช่ข้าทำเสร็จแล้ว”

“งั้นดีมาก ให้ข้าช่วยเจ้า” เทพเจ้าเฮอร์คิวลิสกล่าว “ยกแส้ของเจ้าขึ้น”

“ข้ายกมันขึ้นแล้ว…. นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รถของข้าเคลื่อนออกได้สบายๆ โอว เทพเจ้าเฮอร์คิวลิส ท่านเก่งจริงๆ”

slot

เทพเจ้าจอมพลังพูดตอบว่า “จริง ๆ แล้วการที่เกวียนของเจ้าขยับออกจากปลักได้ ไม่ได้เป็นฝีมือของข้าเลยสักนิด เจ้าต่างหากที่เป็นคนลงมือทำมันเอง ดังนั้นเมื่อเจอกับอุปสรรค เจ้าควรจะตั้งสติให้ดี และใช้ความคิดของตนเองในการแก้ไขปัญหา จากนั้นก็ลงมือทำตามที่คิดไว้ ตัวเจ้าเองมีพลังมากกว่าที่เจ้าคิดไว้ซะอีก”

อ่านจบแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่ว่าจะพบเจอกับอุปสรรคอะไรก็ตาม ให้ตั้งสติ และปรับทัศนคติไปในทางบวก เปลี่ยนอุปสรรคและปัญหาต่างๆ ให้เป็นความท้าทาย และใส่ความอุตสาหะอดทนของเราลงไป แล้วปัญหาต่างๆ ก็จะสามารถถูกแก้ไขลุล่วงไปได้ด้วยดี

คนเราทุกคนนั้นล้วนแต่มีพลังอันแข็งแกร่งซ่อนอยู่ในตัวเอง โดยที่เราไม่รู้ตัวเอง การที่จะดึงเอาพลังของตนเองออกมานั้น ก็ต้องอาศัยทัศคติและความมุ่งมั่น แปลงเอาปัญหาทุกอย่างมาเป็นพลังผลักดันตนเองให้ไปสู่ความสำเร็จที่เราตั้งไว้

Tagged: , ,

Written by tbvezzzz